http://www.bangkaew.net/index.htm........................................สนใจร่วมสนับสนุน  ติดต่อ  bangkaew@bangkaew.net http://www.bangkaew.org/index.htm........................................สนใจร่วมสนับสนุน  ติดต่อ  bangkaew@bangkaew.net

Bangkaew.Community
บ้านรักษ์บางแก้ว
เชิญตั้งกระทู้ใหม่ได้ที่บอร์ดใหม่ ที่ ชุมชนคนรักบางแก้ว

Website for sharing information and opinions on Thai Bangkaew Dog (Best view with 1024*768 Setting)
เว็บไซต์เพื่อการ ซื้อ ขาย จ่าย แจก ฝาก รับ อุปการะ สุนัขบางแก้ว



[ Home | Background | Main Board | Photo Gallery | PDBT | Pitlok | RaksaBangkaew | Tana | Nisit | KM Search | e-Learning ] [ For Eng/Jap Page | Webcam eBook | TBK Link | GuestBook | GoInter | Donation | e-Commerce | New Topic | Help ]
บรรพบุรุษของบางแก้ว หมาจิ้งจอก หมาใน หรือ หมาป่า



หมาจิ้งจอกเป็นหมาป่าหนึ่งในสองชนิดที่พบเห็นได้ในเขตประเทศไทย อีกชนิดหนึ่งนั้นคือหมาใน

ทั้งสองชนิดเป็นหมาป่าเช่นเดียวกัน แต่นิสัยใจคอดูเหมือนว่าจะแตกต่างกันโดยสิ้นเชิง ในขณะที่หมาในอยู่ร่วมกันเป็นฝูง แต่หมาจิ้งจอกเลือกที่จะอยู่เพียงลำพัง

การทำงานของหมาในไม่มีเทคนิคอะไรมาก เพียงใช้ความมีพวกมากไล่กวดเหยื่อกระทั่งจนมุม และฆ่า บางครั้งหลังจากฆ่าเหยื่อได้แล้ว อาจกัดกินแค่ลูกนัยน์ตา และเครื่องในบางส่วนแล้วก็ผละไป ทิ้งซากเหยื่อให้ผู้ล่าขนาดเล็กตัวอื่นที่ผ่านมาพบกินต่อ

ส่วนหมาจิ้งจอกไม่เป็นเช่นนี้ ด้วยความที่อยู่ลำพัง และขนาดตัวไม่ได้ใหญ่โตอะไรนัก จึงต้องใช้เทคนิคในการล่าเป็นอย่างมาก เช่น หมาจิ้งจอกอาจเฝ้าสะกดรอยฝูงไก่ป่าตั้งแต่ตอนเย็นๆ เพื่อดูว่าไก่พวกนั้นขึ้นไปนอนบนต้นไม้ต้นใด และเฝ้ารออยู่บนนั้นกระทั่งเช้า รอเวลาที่ไก่โผลงพื้นโดยยังไม่ได้ระมัดระวังตัว

หมาในใช้วิธีไล่กวดให้เหยื่อจนมุมและฆ่าเอาดื้อๆ หากใครได้พบเห็นนี่คล้ายเป็นภาพอันโหดร้าย

ส่วนหมาจิ้งจอกการต้องใช่เทคนิคมากๆ ชื่อเสียง จึงเอนเอียงไปทางเจ้าเล่ห์อันตราย

ว่าไปแล้วบรรดาสัตว์ผู้ล่า ภาพฝังใจทุกคนว่าเป็นชีวิตที่+++มโหด และคล้ายเป็นภาพอันไม่มีวันลบเลือนอยู่แล้ว

ไม่ใช่เรื่องแปลกแต่อย่างใดที่หากบังเอิญคนได้พบเห็นการทำงานของนักล่า แล้วจะอดใจไม่ไหวต้องลงมือช่วยเหยื่อให้พ้นภัย

หรือแม้แต่การดูสารคดีชีวิตสัตว์ป่าก็เถอะ เมื่อใดหากมีการไล่ล่า ทุกคนอดไม่ได้ที่จะเอาใจช่วยเหยื่อ พลางถอนหายใจอย่างโล่งอกถ้าเหยื่อรอดไปได้

เหยื่อซึ่งรอดพ้นไปได้นั้นมันแสดงข้อเท็จจริงให้เห็นว่า นานๆ ครั้งเท่านั้นการล่าจึงประสบผลสำเร็จ

เพียงแค่เราอาจกำลังเพลิดเพลินจนลืมสังเกตว่าเจ้าผู้ล่าเดินหอบตัวโยนดูเหยื่อด้วยตวงตาละห้อย

ไม่ต้องคิดถึงว่าในโพรงที่ไหนสักแห่งจะมีลูกตัวเล็กๆ ของนักล่าที่ยังทำงานไม่สำเร็จรอคอยอาหารอยู่ด้วยความหิวโหย

ภาพดวงตากลมโตของกวางที่กำลังดิ้นรนให้รอดพ้นจากคมเขี้ยวก็ไม่ได้น่าเวทนามากไปกว่านี้

ในสังคมของสัตว์ป่าคำพูดของคนที่ว่า ผู้ที่แข็งแรงกว่าจะเป็นผู้อยู่รอดนี้เป็นความจริง แต่เพียงครึ่งเดียว

ผู้ที่อ่อนแอ หมายถึง เหล่าสัตว์กินพืชในฝูงตัวใดหากไม่แข็งแรงพอหรือป่วยไข้ย่อมตกเป็นเหยื่อ

มันไม่ได้หมายความว่า นักล่าที่แข็งแรงกว่าเท่านั้นจึงจะเป็นผู้อยู่รอด

เพราะมีข้อเท็จจริงอยู่ว่า การกินเหยื่อของสัตว์ผู้ล่านี้มันเป็นแค่ผลพลอยได้ ประโยชน์ที่แท้จริงคือ เหล่าสัตว์กินพืชได้ถูกควบคุมให้อยู่ในปริมาณอันพอเหมาะ

ในป่าไม่มีการฆ่าโดยไร้เหตุผล ชีวิตของสัตว์ป่าที่ได้ชื่อว่าเป็นเหยื่อไม่ได้ตายอย่างพร่ำเพื่อ

แน่นอนว่าเหล่าผู้ล่าได้รับการออกแบบร่างกายมาให้เหมาะสม สำหรับเหยื่อที่ต้องล่า นักล่าต่างชนิดสามารถอยู่ร่วมในพื้นที่เดียวกันได้ก็เพราะ ไม่ได้มีเป้าหมายในเหยื่อชนิดเดียวกัน

หมาในถนัดในการล่า เก้ง กวาง ไปจนถึงวัวแดง ส่วนหมาจิ้งจอกพอใจที่จะเฝ้ารอกร่าย ไก่ป่า นกยูง หรือสัตว์เล็กๆ ชนิดอื่นๆ มากกว่า

ในป่าไม่ได้มีเพียงต้นไม่รกทึบ ลำธารสวยๆ ผีเสื้อหลากสีบินว่อน ทิวเขาสลับซับซ้อน และเก้ง กวางดวงตากลมโต เดินหางกระดิกกินหญ้าเขียวๆ อย่างมีความสุข

แต่มันมีชีวิตมากมายอาศัยอยู่ ในสายตามนุษย์หลายชนิดน่ากลัว การทำงานของพวกเขาคือ ความโหด แต่ทุกชีวิตในป่าล้วนแล้วแต่มีความสัมพันธ์กันอย่างลึกซึ้ง

เป็นเรื่องน่าเสียดายไม่น้อยที่เรามักเลือกดูเฉพาะด้านที่สวยงาม

ข้อเท็จจริงอีกด้านจึงกลายเป็นเรื่องโหดร้าย

ครั้งหนึ่งผมโชคดีได้อยู่ในเหตุการณ์การทำงานของเสือดาวตัวหนึ่ง ขณะไล่ล่าลิงแสม

ขณะที่ผมบันทึกภาพดวงตาของลิงแสมที่นอนเจ็บเพราะบาดแผลชัดเจนอยู่ในช่องมองภาพ วินาทีนั้นผมเชื่อว่าได้เห็นแววตาของการยอมรับชะตากรรม

หลังจากภาพชุดนี้ได้รับการเผยแพร่ผมได้รับคำถามในท่วงทำนองของการต่อว่าเสมอ

“ทำไมไม่ช่วยลิง อยากได้ภาพเกินไปหรือเปล่า”

ผมได้แต่ตอบคำถามสั้นๆ ว่า “ผมเป็นแค่ช่างภาพสัตว์ป่าค้าบ”

แน่นอนว่าในฐานะคนๆ หนึ่ง การยื่นมือเข้าไปขัดขวางขบวนการในธรรมชาติดูจะอาจเอื้อมเกินไปสักหน่อย

การต้องมีสัตว์ป่าในจำนวนอันเหมาะสมนี้เป็นเรื่องสำคัญ หน้าที่ของผู้ล่าเป็นงานหนัก

ผู้ล่าซึ่งทำงานอย่างได้ผลที่สุดเห็นจะได้แก่หมาใน สัตว์กินพืชส่วนใหญ่ถูกฆ่าโดยนักล่าชนิดนี้ หมาป่าเป็นนักล่าที่มีจำนวนมาก แม่หมาจิ้งจอกมีเต้านมจำนวน 5 คู่ ส่วนหมาในมีถึง 8 คู่ ลูกจึงเกิดมาครั้งละหลายตัว

แต่หมาในมีการควบคุมปริมาณของสมาชิกในฝูงไม่ให้มีจำนวนมากเกินไปด้วย การกินลูกของตัวเอง เช่นเดียวกับสัตว์ผู้ล่าตัวอื่นๆ ที่ตัวผู้ซึ่งอาจเป็นพ่อมักทำร้ายลูกตัวผู้ตัวเล็กๆ ในแง่หนึ่งนี่คือการป้องกันไม่ให้มีคู้แข่ง ส่วนอีกด้านนี่คือการดูแลไม่ให้มีนักล่ามากไปนั่นเอง

ผมพบหมาจิ้งจอกครั้งแรกกลางดึกในช่วงฤดูหนาว ขณะกำลังขับรถออกจากอำเภออมก๋อยมุ่งสู่หน่วยพิทักษ์ป่ามูเซอ 10 กว่าปีก่อน เส้นทางจากอมก๋อยยังมีสภาพเป็นเส้นทางป่าไม่ได้ลาดยางเรียบดังเช่นทุกวันนี้

หมาจิ้งจอกวิ่งนำหน้ารถไปพักใหญ่ๆ ขนออกสีเงินๆ หางเป็นพวง หันหน้าหันหลัง และหมาจิ้งจอกทำเช่นนี้เสมอเวลาผมพบในป่าขณะขับรถอยู่

ทุกวันนี้ผมพบเห็นหมาจิ้งจอกอยู่บ่อยๆ แต่ส่วนใหญ่มักจะเห็นเพียงแวบๆ ขณะกำลังเดินอยู่ตามด่าน หมาจิ้งจอกได้ชื่อว่าเป็นผู้ที่มีประสาทสัมผัสดี โดยเฉพาะในการรับกลิ่น และการมอง ดังนั้นเขาจึงเห็นคนและหลบไปก่อนเสมอ

ภาพหมาจิ้งจอกตัวนี้ ผมถ่ายหลังจากเขาลุกขึ้นเดิน เพราะเบื่อจากการนั่งดูนกยูงรำแพนหางอยู่นานแล้ว

ในตอนแรกที่เขาเดินมานกยูงรีบหยุดการรำแพน หันมองทีท่าของหมาจิ้งจอกอย่างระมัดระวัง
แต่ไม่มีการลงมือ หมาจิ้งจอกนั่งลง นกยูงคลายความระแวง เริ่มต้นรำแพนต่อ ทุกอย่างดำเนินไปอย่างปกติ เรียบสงบ สายน้ำในลำห้วยไหลเอื่อยๆ มีเพียงเสียงสั่นของนกยูงดังไพเราะ

นี่เป็นช่วงเวลาที่ผมได้เห็นหมาจิ้งจอกใกล้ๆ

ด้วยท่าทีเหงาๆ ยืนเหม่อมองสายน้ำ อย่างคล้ายกำลังตัดสินใจว่าจะไปทางไหน ในที่สุดเขาเลือกเดินลัดเลาะไปริมฝั่ง ไม่ข้ามลำน้ำตื้นๆนั่น

ผมไม่รู้ว่าหมาจิ้งจอกตัวนั้นมาจากไหน และจะเดินไปไกลอีกเท่าใด ที่ไหนคือจุดหมาย

บางทีคำตอบอาจจะอยู่ที่ “ซาก” อันเป็นเหยื่อที่เขากำลังตามหา

จาก หมาจิ้งจอก/ปริญญากร วรวรรณ

http://www.manager.co.th/travel/ShowtravelNews.asp?NewsID=2000000054771

webmaster (203.146.219.*) [ วันพฤหัสบดี ที่ 22 เมษายน 2547 เวลา 14:28 น. ]

สันนิษฐานกันว่าหมาบางแก้วมาจากการผสมข้ามพันธุ์ระหว่าง หมาพื้นบ้านไทย สุนัขจิ้งจอกและหมาใน
อ่านรายละเอียดได้ที่ http://www.geocities.com/chaynatbangkaew/nut2.html
โดยคุณ (203.146.219.*) [ วันพฤหัสบดี ที่ 22 เมษายน 2547 เวลา 14:32 น. ] ผู้ตอบคนที่ 1

คุณปริญญากรครับผมติดตามผลงานของคุณมาตั้งแต่เริ่มเลี้ยงบางแก้วมาในช่วงแรกๆ เพราะเหตุที่เราได้ทราบข้อมูลจากท่านผู้นำบางแก้วมาสู่สังคมเมืองคือท่าน นายสัตวแพทย์ นิสิต ตั้งตระการพงษ์. ว่าบางแก้วสืบเชื้อสายจากสุนัขป่า สุนัขจิ้งจอก เจอข้อเขียนของท่านในนิตยสารเล่มหนึ่ง ที่กล่าวถึง สุนัขป่า และ สุนัขจิ้งจอก ก็อยากฝากบอกถึงสมาชิกบางแก้วทุกท่านว่าอย่าไปมัวสนใจที่มาหรือที่ไปของบางแก้วเลย ให้คิดเสียว่า ธรรมชาติได้สร้างสิ่งมหัศจรรย์ให้แก่ประเทศไทย และขอให้ช่วยกัน ส่งเสริมบางแก้วให้ดีๆขี้นไปน่าจะดีกว่าครับ
จิตติ


+
โดยคุณ จิตติ ริมชัยสิทธิ์ ส่งเมล์ถึง จิตติ  ริมชัยสิทธิ์ (203.146.126.*) [ วันศุกร์ ที่ 23 เมษายน 2547 เวลา 15:41 น. ] ผู้ตอบคนที่ 2

จริง ๆ แล้ว ข้อสงสัยในเรื่องสายพันธุ์ของสุนัขบางแก้วที่จะเป็นสุนัขจิ้งจอกหรือหมาป่าที่ web master ได้ตั้งกระทู้ขึ้นมา เป็นคำถามที่ดีมากที่รอคำตอบที่แท้จริงเปิดเผยออกมา โดยเฉพาะสำหรับผู้ที่มีใจรักสุนัขบางแก้วอย่างลึกซึ้ง

-จริงหรือที่สุนัขป่าหรือสุนัขจิ้งจอกจะเป็นบรรพบุรุษของสุนัขบางแก้ว ทั้งคู่ที่มีอยู่ในประเทศไทยมีเพียงแค่ 2 สายพันธุ์ แถมมีน้ำหนักตัวก็น้อยกว่าบางแก้ว แล้วน่าจะเป็นบรรพบุรุษกันได้หรือ ผู้รู้ช่วยตอบทีครับ

-ประวัติการบันทึกสายพันธุ์บางแก้วเรา ทำไมไปเริ่มต้นให้ความสำคัญกันในช่วงไม่เกิน 100 ปีเท่านั้นเอง ก่อนหน้านี้ไม่มีข้อมูลการวิวัฒนาการกันหรือ???? เอ ! ชักสงสัยแล้วละครับ

-ทำไมหนังสือที่เขียนประวัติสุนัขบางแก้ว ถึงได้เขียนเหมือนกันหมดทุกเล่มเลย ไม่มีใครคิดออกจากกรอบที่วางไว้เลยหรือ และที่เขียนมานั้นถูกต้องจริงหรือ มีหลักฐานอะไรมายืนยันได้ละ เอ! ชักสงสัยอีกแล้วละครับ

- dingo ไปอยู่ตรงไหนน้า สุนัขไทยโบราณก็น่าจะมาจาก dingo ด้วยหรือเปล่า แล้วทำไมหลังอานหรือหมาไทยไม่มีขน มีส่วนคล้าย ๆ กันล่ะ สุนัขไทยโบราณนี่ก็ไม่น่าจะมีอานใช่มั้ย "หูตั้งหางดาบ" แต่พอมาถึงบางแก้วกับมีวิวัฒนาการต่างออกไป น่าจะเป็นหมาไทยโบราณเหมือนกันไม่ใช่หรือ ทุกตำราก็เขียนอย่างนั้น วิวัฒนาการบางแก้วคงขาดหายไปจึงมีข้อมูลกันไม่น่าเกิน 100 ปี แล้วใครละจะช่วยกันตามหารายละเอียดที่หายไปล่ะ

ช่วยตามหาข้อมูลที่หายไปทีนะครับ
เคารพ
โดยคุณ หมาบางแก้ว ส่งเมล์ถึง หมาบางแก้ว (202.29.26.*) [ วันอังคาร ที่ 27 เมษายน 2547 เวลา 22:22 น. ] ผู้ตอบคนที่ 3

เคยคิดเล่นๆว่า บางแก้ว น่าจะสืบสายมาจาก อกิตะ หรือชิบะอีนุ ของญี่ปุ่น ที่ทหารญี่ปุ่นเอาเข้ามาเลี้ยงตั้งแต่สมัยสงคราม ผสมกับ จินโดของเกาหลี ที่ทหารไทยที่ไปรบสงครามเกาหลีแอบเอากลับเมืองไทยมาด้วย เพราะหน้าตา ท่าทาง สีสัน ตลอดจนนิสัยใจคอค่อนข้างดุ ก้าวร้าว มุทะลุ มาแนวเดียวกัน แทบแยกไม่ออก (เคยเห็นฝรั่งที่มาดูงานประกวดหมา ชี้กันดูบางแก้ว แล้วบอกว่า นี่ อกิตะ ไม่ใช่เหรอ ทำไมเรียกบางแก้ว)

ส่วนหมาป่าและหมาจิ้งจอก หรือหมาไน นั้น ดูแล้วไม่มีส่วนใกล้เคียงเลย

หมาไทยโบราณ ไม่ว่าหลังอาน หรือไทยไร้ขน หรือแม้แต่ดิงโก้ที่เคยว่ากันว่าเป็นต้นตระ+++ลหมาไทย (ที่อาจารย์หม่อมคึกฤทธิ์เคยคุยเล่นๆไว้ว่า เป็นพันธุ์เดียวกันกับหมาไทยของเรา ตั้งแต่สมัยแผ่นดินไทยและทวีปออสเตรเลียยังเป็นผืนแผ่นดินติดต่อกันอยู่ ดิงโก้ก็วิ่งไปวิ่งมาทั่วไปในแถบนี้ พอแผ่นดินมันแยกกันไป จึงมีหมาหน้าตาเหมือนกันเด๊ะ อยู่ในเมืองไทยและออสเตรเลีย) ยิ่งแล้วกันไปใหญ่ ไม่มีเค้าเลยแม้แต่นี๊ดเดียว

คิดเล่นๆคนเดียว ตามประสาคนไม่ค่อยรู้จริง แถมตำราก็ไม่เคยอ่าน คอยฟังคนเขาคุยกัน แล้วเอามาเล่าสู่กันฟัง ไม่ต้องซีเรียสนะคะ
โดยคุณ ป้าวิ (203.172.116.*) [ วันพุธ ที่ 28 เมษายน 2547 เวลา 16:19 น. ] ผู้ตอบคนที่ 4



http://www.cinofilionline.it/razze/gruppo5/korea_jindo_dog.htm


http://home.att.net/~semencic/second.htm

http://www.korean-jindo-dogs.com/


http://www.jindoproject.org/


http://www.milouchouchou.com/fiche_race.php?alpha=334

ลองหาดูเรื่องราวของ หมาจินโด บนเว็บดู มีมากกว่าบางแก้วเยอะเลย แต่ยังหาตัวที่สวยเท่าบางแก้วไม่เจอเลย
แต่จินโดได้รับการรับรองแล้วโดย Standard FCI N° 334 ?
http://www.jindojunkie.com/expanded_index.html
โดยคุณ v (203.146.219.*) [ วันพุธ ที่ 28 เมษายน 2547 เวลา 17:34 น. ] ผู้ตอบคนที่ 5

คุณวิเชียรและป้าวิที่เคารพ

ลองเข้าไปดูที่ web ดูนะครับ
http://www.wwwins.net.au/dingofarm/02.html
http://www.wwwins.net.au/dingofarm/12.html

ดูหน้าตาเค้าชักไม่แน่นะครับ ไม่ต่างจากสุนัขบางแก้วไปเท่าไหร่ พื้นฐานขนสีน้ำตาลดั้งเดิมเหมือนกัน หน้าแด่น สี่ด่าง หางดอก นิสัยก็ไม่ต่างกันเลยครับ

ถ้ามาจากญี่ปุ่น ในสมัยสงครามโลกละก็จะต้องมีคนกล่าวถึง เป็นหลักฐานที่ไม่ยาก ผมได้สอบถามคนสมัยก่อนเบื้องต้นแล้ว ค่อนข้างเป็นไปได้ยากครับ(เพราะอดกันเหลือเกิน แม้แต่อีแร้งบ้านเราก็ยังจับมากินครับ) แต่ถ้าก่อนหน้านั้นไม่แน่ครับ คงต้องดูในบริบทของประวัติศาสตร์ทั้งหมดในสมัยพระเจ้าทรงธรรมเป็นต้นมา ว่ามีการนำสุนัขมาจากญี่ปุ่นกันหรือไม่ ตอนนี้ผมเองก็ยังหาข้อมูลไม่ได้ครับ
เคารพ
โดยคุณ หมาบางแก้ว ส่งเมล์ถึง หมาบางแก้ว (202.29.26.*) [ วันพุธ ที่ 28 เมษายน 2547 เวลา 21:08 น. ] ผู้ตอบคนที่ 6

ขอบคุณท่านเวบมาสเตอร์มากค่ะ ที่ขยันหาแหล่งข้อมูลมาให้ได้ศึกษาค้นคว้ากันทั้งทางลึกและทางกว้าง

**ตามสูตรป้าวิ ต้องเอามาผสมกับ อกิตะ ก่อนค่ะ จึงจะได้สวยเหมือนบางแก้ว..อิ..อิ ป้าวิเคยเห็นรูปที่เหมือนบางแก้วเปี๊ยบเลยนะ แต่เป็นสีขาว

การที่จินโดได้รับการรับรองโดย FCI น่าจะเป็นผลสืบเนื่องมาจากการระมัดระวังควบคุมและเคร่งครัดในการคัดเลือกพ่อแม่พันธุ์มาผสม เพื่อให้ได้ลูกหมาที่มีคุณภาพในทุกด้าน เป็นการพัฒนาเชิงอนุรักษ์สายพันธุ์ให้คงไว้ซึ่งคุณสมบัติที่ดีแต่ดั้งเดิมเอาไว้ให้มากที่สุด

ทำนองเดียวกับ เบลเยี่ยมมาลินอยส์ หรือดัชท์เชพเพอด ซึ่งถือกันว่าเป็นหมาที่นำมาฝึกใช้ทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงที่สุดในโลก หรือหมาไซบีเรียนฮัสกี้สายลากเลื่อนแท้ๆ ที่เขามักจะคัดเลือกลูกหมาที่มีคุณภาพสูงที่สุดในครอกไว้เพียง 1-2 ตัวเท่านั้นเพื่อใช้สืบสายพันธุ์ แม้ในครอกจะมีถึง12ตัว ที่เหลือแม้จะนำมาฝึกใช้งานได้แต่ก็จะทำหมันเสียก่อน
โดยคุณ ป้าวิ (203.172.116.*) [ วันพุธ ที่ 28 เมษายน 2547 เวลา 21:15 น. ] ผู้ตอบคนที่ 7

WHAT ARE THE ORIGINS OF THE DINGO?

http://www.wwwins.net.au/dingofarm/02.html

DINGO FARM AUSTRALIA

http://www.wwwins.net.au/dingofarm/12.html
โดยคุณ v (203.144.203.*) [ วันพุธ ที่ 28 เมษายน 2547 เวลา 21:30 น. ] ผู้ตอบคนที่ 8

Dingo ตัวน้อยที่จะเป็นต้นกำเนิดสายพันธุ์สุนัขบ้านกว่า 600 สายพันธุ์
ลองอ่านตรงนี้ดูนะครับ

Fossil and archeological evidence dates dingos arriving in Australia about 3500 years ago. It is hypothesized that they were brought over with Asian seafarers as the dingo is thought to have originated in Southeast Asia (Corbett 1995).
Because its history is not clearly understood, the taxonomy of the dingo has not been consistent. It has been given various species names over the last several hundred years. Corbett notes that in 1982, the designation Canis lupis was recommended over Canis familiaris as species name due to universal usage, though Canis familiaris dingo continues to persist as the subspecies classification in scientific literature. As of Corbett’s writing in 1995, the current scientific name of the dingo was Canis lupis dingo (Corbett 1995; Nowak 1999).

ดินแดนภาคอีสานของไทยที่เต็มไปด้วยเรื่องราว ทั้งพืชและสัตว์ นักวิทยาศาสตร์ชาวออสเตรเลีย ยังต้องพิจารณาว่าอนุทวีปอินโดไชน่าของเราไม่ธรรมดาครับ ทั้งกล้วยไม้และสุนัขยังยอมรับว่าแพร่กระจายไปจากท้องถิ่นของเรา ไดโนเสาร์เราก็มี ดีไม่ดีสุนัขทั้งหลายไม่แน่นะครับ ต้นกำเนิดไม่ใช่อื่นไกลไปจากอีสานบ้านเราทั้งนั้น

แล้วบางแก้วจะไม่มีค่าให้น่าค้นหาหรือ
เคารพ
โดยคุณ หมาบางแก้ว ส่งเมล์ถึง หมาบางแก้ว (202.29.26.*) [ วันพฤหัสบดี ที่ 29 เมษายน 2547 เวลา 23:11 น. ] ผู้ตอบคนที่ 9

ขออภัยขอแก้คำผิด อนุทวีป เป็น จุลทวีปอินโดไชน่าครับ
เคารพ
โดยคุณ หมาบางแก้ว ส่งเมล์ถึง หมาบางแก้ว (202.29.26.*) [ วันพฤหัสบดี ที่ 29 เมษายน 2547 เวลา 23:19 น. ] ผู้ตอบคนที่ 10

นั่นสิคะ น่าค้นหาจริงๆ สำหรับต้นกำเนิดที่แท้จริงของบางแก้ว

เรื่องของดิงโก้ก็ได้อ่านแล้วทุกเว็บที่ ท่านเวบมาสเตอร์แกอุตส่าห์ไปเสาะหามาให้ น่าสนใจมากค่ะ เรื่องที่ว่า ดิงโก้เป็นต้นกำเนิดของหมาบ้านทั้งหลายในโลกนี้ ก็เคยคิดอยู่

แต่อย่างไรเสีย ก็ยังติดใจ จินโด และ อกิตะ กับชิบะอยู่ ว่าน่าจะมีอะไรเกี่ยวพันธุ์สืบเนื่องมาถึงบางแก้วไม่ทางใดก็ทางหนึ่ง ยิ่งเข้าไปอ่านเวบของ จินโด ยิ่งมั่นใจ

รอคุณ หมาบางแก้ว ค้นคว้าหาข้อมูลมาเผยแพร่สู่กันฟังอยู่ค่ะ ป้าวิค้นคว้า วิเคราะห์ วิจัยอะไรไม่เป็น ขอเป็นกองเชียร์คอยให้กำลังใจก็แล้วกันค่ะ
โดยคุณ ป้าวิ (203.172.116.*) [ วันพฤหัสบดี ที่ 29 เมษายน 2547 เวลา 23:32 น. ] ผู้ตอบคนที่ 11

สำหรับจินโด เท่าที่ผมรู้แบบงู ๆ ปลา ๆ ที่ FCI ได้เขียนไว้
ผมก็คิดว่าตัวสายพันธุ์จินโดเองก็ยังคงมีความลึกลับเหมือนสุนัขบางแก้วครับ
คือสืบย้อนหลังไปได้อย่างลำบาก

There is no written record about the origin of the Korea Jindo Dog, but many authorities agree that this breed has existed for several centuries in the Island of Jindo, which is located at the South-West end of the Korean peninsula. About the ancient origin, however, among different theories, the main accepted is, that the Jindo Dog is indigenous to Korea; the breed has been well preserved in this island due to the transportation difficulties in those days. In Korea, Korea Jindo Dogs are called Jindo-kae or Jindo-kyon. Kae or Kyon are Korean words for dog.

ไม่รู้ว่าสุนัขบางแก้วหรือจินโด พันธุ์ไหนจะลึกลับกว่ากัน แต่ขออนุญาตเขียนใหม่ จินโดทำไมมาเหมือนสุนัขบางแก้วของเรา คงมาเอาdingoของเราไปติดเกาะที่เกาหลีแน่ ๆ (เหมือนที่ออสเตรเลียเลย) เพื่อนเขาบางแก้วก็ติดเกาะยามน้ำท่วมเหมือนกัน (ล้อเล่นนะครับ)

สำหรับ Akita ก่อนช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 ขึ้นไปเป็นเวลานับร้อยปี ประเด็นนี้น่าสนใจอย่างที่ป้าวิบอกครับ ประเทศไทยเรามีความสัมพันธ์ทางการฑูตตั้งแต่พระเจ้าทรงธรรมเป็นต้นมา มีการเคลื่อนย้ายชาวญี่ปุ่นมาที่ประเทศไทย ก็อาจมีการนำสุนัขมาด้วยก็ได้ และทหารรับจ้างเหล่านี้อาจมีการเคลื่อนย้ายกันไปปกป้องเมืองพิษณุโลก แต่น่าเสียดายนี้เป็นเพียงข้อสัณนิฐาน(ส่วนตัว)เท่านั้นครับ ถ้ามีหลักฐานใด ๆ ชี้ขึ้นมาละก็ อย่าลืมช่วยส่งข่าวด้วยครับ

เรื่องระหว่างสงครามโลกครั้งที่ 2 ก็เหมือนกัน ก็คงต้องค้นหลักฐานว่ามีการบันทึก การบอกเล่า หลักฐานที่เขียนกันมา ฯลฯ ว่าเป็นอย่างไร แต่ยอมรับครับยังไม่มีการกล่าวถึงเรื่องนี้กันเลย ที่สำคัญในระหว่างสงครามโลกครั้งที่ 2 สุนัขในประเทศญี่ปุ่นเองน่าจะถูกริบ ไม่แน่ใจว่าจะเอาขนมาทำพวกยุทธปัจจัยหรือเปล่า และพันธุ์ Akita เองยังมีการแยกย่อยออกไปอีกรู้สึกว่าจะ 3 สาย โดนลูกชายของคุณป้าวิเข้าไปจับคู่ซะ 1 สาย ถ้าวิเคราะห์ดูว่าในช่วงนี้ Akita เองน่าจะมีโครงสร้างที่ใหญ่แล้ว (สายพันธุ์โบราณเองเค้าก็คงเท่า ๆ บางแก้ว) ดังนั้นถ้าดูโครงสร้างเค้าตามการวิเคราะห์ส่วนตัวดูก็ไม่น่าจะหนีจากปัจจุบันเท่าไหร่คือมีน้ำหนัก 35-45 kg หรือถ้าทหารญี่ปุ่นเอามาก็ต้องเป็นสุนัขสงคราม น่าจะเป็น Akita ที่มีสายเลือด German Shepherd(ลูกใครหว่า)เข้าผสม โครงสร้างร่างกายก็คงจะใหญ่มากเวลาไปผสมกับสุนัขพันธุ์ใดละก็ ก็น่าจะมีโครงสร้างที่ใหญ่ด้วยครับ ผิดกับบางแก้วของเราตัวไม่ใหญ่มาก อุ้มได้

ทั้งหมดที่เขียนมาก็มั่ว ๆ ครับ ไม่ได้วิจัยอะไร อย่าได้เชื่อนะครับ รอคุณวิเชียรตรวจสอบดีกว่าครับ เพราะอยู่กับแหล่งข้อมูลที่ดีที่สุด ที่ผู้รู้จริงในจังหวัดพิษณุโลกจะบอกได้ มีหลักฐานการบันทึกกันอย่างไร น่าจะสอบถามได้ คนในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 ยังมีชีวิตอยู่กันมากครับ ที่แหล่งกำเนิดของสุนัขบางแก้วก็คงต้องมีผู้สูงอายุเหล่านี้อยู่ให้สืบถามได้ครับ

ที่สำคัญที่อยากฝากถามก็คือในช่วงการอพยพเข้ามาของคนไทยเชื้อสายลาว(น่าจะเป็นลาวโซ่ง) ตรงนั้นละครับนำสุนัขอะไรมา(คงยากที่จะค้นข้อมูลเหมือนกัน) จึงทำให้เกิดการผสมพันธุ์กันในหมู่สุนัข แล้วได้เจ้าบางแก้วออกมา

รู้เมื่อไหร่บอกทีนะครับคุณวิเชียร
เคารพ
โดยคุณ หมาบางแก้ว ส่งเมล์ถึง หมาบางแก้ว (202.29.26.*) [ วันเสาร์ ที่ 1 พฤษภาคม 2547 เวลา 22:35 น. ] ผู้ตอบคนที่ 12

เรียนคุณวิเชียรที่เคารพ(อีกครั้ง)

ขอความกรุณาช่วยบอกคุณโป๋ด้วยครับ เข้าweb คุณโป๋ได้แต่ไม่สามารถทำอะไรได้เลย คลิกดูกระทู้ก็เจอแต่ cannot find server เข้าไม่ได้ง่ายเหมือนของเดิมเลยครับ
เคารพ
โดยคุณ หมาบางแก้ว ส่งเมล์ถึง หมาบางแก้ว (202.29.26.*) [ วันเสาร์ ที่ 1 พฤษภาคม 2547 เวลา 22:50 น. ] ผู้ตอบคนที่ 13

บางแก้วมีการพัฒนายังไม่ถึงร้อยปีครับ ประมาณ 80 ปีถ้านับถึงวันนี้ จึงหาดูจากประวัติติศาสตร์ไม่มีหรอก เพราะเกิดในยุคปัจจุบัน คนที่เคยเห็นต้นตระกุลบางแก้วยังมีชีวิตอยู่เลยครับ วันหน้าผมจะนำภาพหมู่บ้านบางแก้วมาให้ดูว่ามีสภาพสอดคล้องกับการกำเนิบงแก้วอย่างไร แต่บงแก้วยังดีกว่า โกลเด็นหรือลาบาดอร์ พึงเกิดได้ 40 กว่าปี แถมยังหาต้นแหล่งกำเนิดแน่นอนไม่ได้
การกำหนดมาตรฐานสายพันธุ์เราดูจากหลายด้าน ดูจากช่วงชีวิต 1 ดูจากสาย 1 ดูจากการถ่ายทอด 1 บางแก้วมีการพูดจาเหมือนกันเพราะเราเห็นมาเหมือน ๆ กันครับ
โดยคุณ ชวลิต ส่งเมล์ถึง ชวลิต (202.143.173.*) [ วันพฤหัสบดี ที่ 13 พฤษภาคม 2547 เวลา 11:39 น. ] ผู้ตอบคนที่ 14

ถ้ามองจากกรณีที่มีคนเข้ามาเกี่ยวข้องและเริ่มมีการบันทึก เห็นด้วยครับว่าอยู่ในช่วงประมาณ 100 ปี(ถ้าจำไม่ผิดก็น่าจะเป็นการบันทึกระบุไว้ที่ปี 2405 ) แต่ทำไมในหนังสือก็เขียนว่าเป็นสุนัขไทยโบราณ หนังสือบางเล่มอ้างไปไกลถึงอยุธยาด้วยละครับ

แต่ทางมองในแง่สายพันธุ์และการวิวัฒนาการก็คงบอกได้ว่า การพัฒนามากกว่านั้นครับ เพราะมีสายเลือดของสุนัขไทยรวมอยู่ด้วยสายหนึ่ง แต่การกล่าวอ้างในเรื่องสุนัขป่าหรือสุนัขจิ้งจอกมาผสมนั้นน่าจะต้องมีการสืบค้นนะครับ ในทางธรรมชาติที่บอกว่าไม่ถึงร้อยปี ประมาณ 80 ปี นี้เกิดได้จริงมั้ย จริง ๆ แล้วหลักฐานในเมืองไทยในปัจจุบันเรามีสุนัขป่า Canis aureus และ หมาไน Cuon alpinus (ถ้าจำไม่ผิด) เท่านั้น สองพันธุ์นี้เป็นบรรพบุรุษของสุนัขบางแก้วหรือ??????? ซึ่งเป็นการเชื่อตามกันมาเท่านั้นหรือ?????? และการอพยพของชาวลาวโซ่งที่นำสุนัขมาด้วยเป็นพันธุ์อะไร????

ถ้าทั้งหมดนี้ถูกถามจากคณะกรรมการของ FCI ละครับจะตอบเค้าอย่างไร ถ้าวันหนึ่ง
สุนัขบางแก้วได้รับการจดทะเบียนจริง ๆ และเค้ายอมรับในข้อมูลเดิม ๆ ที่เรามี ไม่รู้ว่าสุนัขบางแก้วจะมีประวัติที่ FCI เขียนไว้อย่างไร
เคารพ

โดยคุณ หมาบางแก้ว ส่งเมล์ถึง หมาบางแก้ว (203.152.4.*) [ วันศุกร์ ที่ 14 พฤษภาคม 2547 เวลา 19:52 น. ] ผู้ตอบคนที่ 15

สำหรับเรื่องต้นกำเนิดของสุนัขต่างประเทศบางพันธุ์ คงต้องมองไปที่ว่าเป็นการคัดเลือกพันธุ์มาจากธรรมชาติหรือของมนุษย์ครับ

ถ้าเป็นการคัดเลือกหรือการปรับปรุงพันธุ์จากมนุษย์ จริงๆแล้วข้อมูลในการใช้พันธุ์อะไรเป็นพันธุ์เริ่มต้น กรรมวิธีการผสมที่จะให้เป็นพันธุ์แท้ทำอย่างไร ฯลฯ ขบวนการการทำสายพันธุ์แท้เหล่านี้ ต้องมีการบันทึกครับ เพียงแต่จะเปิดเผยให้คนทั่วไปได้รับรู้หรือไม่ก็ขึ้นอยู่กับผู้ที่ทำการปรับปรุงพันธุ์ครับ ในกรณีทางด้านการค้าด้วยละก็ยากมากที่สุดครับ ที่จะเปิดเผยข้อมูล

ขอยกตัวอย่างง่าย ๆ แค่ไก่ไข่ ถ้าสามารถปรับปรุงพันธุ์ให้สามารถเพิ่มผลผลิตได้มากกว่าคู่แข่งเพียง 1-5 % จากไข่ออกสู่ตลาดนับล้านฟองต่อวัน จะสามารถหารายได้เพิ่มขึ้นจากเดิมเป็นจำนวนเท่าไหร่ต่อปีละครับ การได้มาของพันธุ์ใหม่นี้จึงต้องเป็นความลับที่สุดให้ใครหรือคู่แข่งรู้ไม่ได้เด็ดขาดครับ

สุนัขพันธุ์ต่างประเทศก็เช่นกัน เจ้า 2 พันธุ์ที่คุณชวลิตได้กล่าวถึงจึงต้องมีข้อมูลในการปรับปรุงพันธุ์ครับ แต่คงไม่เปิดเผยเสียมากกว่าครับ
เคารพ
โดยคุณ หมาบางแก้ว ส่งเมล์ถึง หมาบางแก้ว (203.121.172.*) [ วันอาทิตย์ ที่ 16 พฤษภาคม 2547 เวลา 07:55 น. ] ผู้ตอบคนที่ 16

พอดีค้น Golden retriever มาให้ครับ ลองดูที่ web นี้นะครับ
http://www.akc.org/breeds/recbreeds/golden.cfm
เคารพ
โดยคุณ หมาบางแก้ว ส่งเมล์ถึง หมาบางแก้ว (203.152.3.*) [ วันอาทิตย์ ที่ 16 พฤษภาคม 2547 เวลา 20:43 น. ] ผู้ตอบคนที่ 17

สำหรับ Labrador Retriever ลองดูที่ web
http://personal.pitnet.net/ldoll/labrador%20Retriever%20history.htm
หรือ
http://www.alllabs.com/labrador_retriever_history.htm
เคารพ
โดยคุณ หมาบางแก้ว ส่งเมล์ถึง หมาบางแก้ว (203.152.3.*) [ วันอาทิตย์ ที่ 16 พฤษภาคม 2547 เวลา 20:53 น. ] ผู้ตอบคนที่ 18

เรียนคุณวิเชียรที่เคารพ
หลังจากที่ได้อ่านกระทู้เก่า
คงต้องขอความกรุณาคุณชวลิตมาเขียนเล่าในเรื่องหัวข้อกระทู้นี้ให้ผู้ที่สนใจอ่านหน่อยครับ(เห็นเขียนลงในหนังสือและบอกว่าจะเขียนให้อ่านในกระทู้เก่า) ผมสนใจเรื่องนี้มากครับ และต้องการรู้หนังสืออ้างอิงด้วยว่า ใช้หนังสือเล่มใดหรือ web ใดเป็นข้อมูลในการเขียนให้ต่างชาติได้อ่าน เพื่อเป็นประโยชน์ในการสืบค้นต้นตอของข้อมูลครับ

ผมพยายามค้นใน web ต่าง ๆ ก็ยังไม่พบการวิเคราะห์ในเรื่องนี้ ถ้ามีการเขียนมาก่อนหน้านี้และมีอยู่จริง ปรารถนาที่จะอ่านอย่างมาก ว่ามีแนวคิดในการวิเคราะห์อย่างไร ใช้หลักฐานอะไรในการวิเคราะห์ มีความสอดคล้องของข้อมูลกับสุนัขบางแก้วปัจจุบันและภูมิศาสตร์ทางกายภาพของอำเภอบางระกำอย่างไร น่าสนใจมากนะครับคุณวิเชียร

ในข้อคิดเห็นของคุณชวลิตในกระทู้นี้ ผมอ่านดูแล้วเกิดข้อสงสัยอย่างมาก ในเรื่องของข้อมูลครับ เลยต้องหาข้อมูลมาให้ในเรื่องของLabrador และ Golden มาให้อ่านว่าไม่ใช่ตามที่คุณชวลิตออกความคิดเห็นไว้หรือแม้แต่การวิเคราะห์การบันทึกของสุนัขบางแก้ว รวมทั้งเมื่อกลับไปอ่านกระทู้เก่า ๆ ด้วยแล้วยิ่งสงสัยครับ

เพื่อจะได้เป็นประโยชน์กับคนที่จะเลี้ยงบางแก้วในอนาคต ผมหวังว่าจะได้รับความกรุณาจากคุณชวลิตมาให้ข้อมูลอีกทีนะครับ แล้วเรามา discuss กันว่าใช้ข้อมูลกันมาจากหนังสือเล่มไหน มีความเป็นไปได้อย่างไรในข้อมูล แล้วไม่ต้องกังวลว่าคนที่จะ discuss ด้วยจะมีหลายชื่อ ไม่ว่าอยู่ webไหนก็ใช้ชื่อเดียวว่า"หมาบางแก้วครับ"
ผมรอข้อมูลอยู่นะครับ
เคารพ
โดยคุณ หมาบางแก้ว ส่งเมล์ถึง หมาบางแก้ว (203.121.173.*) [ วันพฤหัสบดี ที่ 20 พฤษภาคม 2547 เวลา 09:30 น. ] ผู้ตอบคนที่ 19

ผมส่งอีเมล์ไปให้คุณชวลิตแล้ว คิดว่าคงมาตอบในไม่ช้า
มีข้อมูลที่ ดร.สุรวิช พูดไว้คือ การที่เราอ้างว่าบางแก้ว เป็นลูกผสมของหมาป่า (jackel) กับหมาบ้านนั้น อาจสร้างปัญหากับการจดทะเบียนพันธุ์ในสมาคมโลก เพราะโดยปกติแล้ว หมาป่าเมื่อผสมกับหมาบ้าน จะออกลูกมาเป็นหมัน (เหมือนม้ากับฬาที่ออกลูกมาเป็นฬ่อ)
http://www.bangkaew.com/webboard/view.php?No=365

และการที่บางแก้วมีขนหนานุ่ม ๒ ชั้น อันเป็นลักษณะของหมาเมืองหนาว เป็นไปได้ไหมที่บางแก้วจะมาจากทางเหนือ เช่น จีน เห็นท่านบอกว่า บนดอยภาคเหนือของไทยเรา จะมีหมาที่เขาเรียกกันว่า หมาแม้ว (ไม่ได้ว่าทักษิณนะครับ) หมาแม้ว นี้จะมีขนหนาลักษณะคล้ายบางแก้วมาก ซึ่งเข้าใจว่าคงจะมาจากเมืองหนาว
ดร.สุรวิช เคยมีรูป แต่ยังหาไม่เจอ
คุณ หมาบางแก้ว ไม่ลองลุยขึ้นดอยไปสืบหาบรรพบุรุษของบางแก้ว ดูหรือครับ

โดยคุณ วิเชียร ส่งเมล์ถึง วิเชียร (203.146.219.*) [ วันพฤหัสบดี ที่ 20 พฤษภาคม 2547 เวลา 10:38 น. ] ผู้ตอบคนที่ 20

เคยไปอยู่เชียงรายตอนเด็กๆ มีคนเอาลูกหมาแม้วมาให้พ่อ เขาบอกว่าเอาลงมาจากบนดอย เท่าที่จำได้ ลักษณะโดยทั่วไปคล้ายๆเชา เชา แต่หน้ายาวและเล็กกว่า ไม่สั้นมูทู่เท่าเชา เชา ที่เคยเห็นมีสีดำปลอด กับสีน้ำตาลปลอด ขนปุกปุย หางม้วนเป็นพวง ไม่เคยเห็นสีด่าง แต่จำได้ว่า ผู้ใหญ่จะพูดถึงว่าเป็น "หมาดุ" นึกๆดู ก็มีส่วนเป็นไปได้มาก ว่าอาจเป็นหนึ่งในบรรพบุรุษ บางแก้ว
โดยคุณ ป้าวิ (203.172.116.*) [ วันพฤหัสบดี ที่ 20 พฤษภาคม 2547 เวลา 21:30 น. ] ผู้ตอบคนที่ 21

พอดี net ไม่ค่อยดีครับคุณวิเชียร แต่เท่าที่จำได้ก็คือผมได้เคยวิเคราะห์ไว้ที่ web คุณโป๋ในกระทู้เก่า ว่าน่าจะมีหมาแม้วเข้ามาร่วมด้วย(เป็นข้อสงสัยเพราะเคยเห็นตั้งแต่ยังเป็นเด็ก) แต่อย่างไรก็ตามความน่าเชื่อถือของข้อมูล คงต้องรอท่านอาจารย์ทำงานวิจัยสุนัขบางแก้วเหมือนสุนัขไทยหลังอานน่าจะดีกว่าครับ
เคารพ
โดยคุณ หมาบางแก้ว ส่งเมล์ถึง หมาบางแก้ว (203.152.5.*) [ วันศุกร์ ที่ 21 พฤษภาคม 2547 เวลา 13:39 น. ] ผู้ตอบคนที่ 22

อยากเลี้ยงบางแก้ว
โดยคุณ abc (210.203.175.*) [ วันพุธ ที่ 26 พฤษภาคม 2547 เวลา 20:53 น. ] ผู้ตอบคนที่ 23


เชิญแสดงความคิดเห็น ( ดูการลิงค์รูปและลิงค์เว็บได้ที่นี่ Help )
Opinion
By
E-mail
Picture (Not over 50 Kb)

[ Back to Main Board ]
<< Please be polite, if you find anything not suitable, please contact webmaster here>>


Bangkaew.com :: By "P and U"

Watch Pingpong On-line........................................สนใจร่วมสนับสนุน  ติดต่อ  bangkaew@bangkaew.com http://www.bangkaew.net/index1.htm........................................สนใจร่วมสนับสนุน  ติดต่อ  bangkaew@bangkaew.com

ข้อคิดเห็นและรูปภาพที่ปรากฏเป็นสิทธิและความรับผิดชอบของผู้แสดงความคิดเห็นแต่ละท่าน
สงวนลิขสิทธิ์ตามกฏหมาย 2546-2547 © โดย บ้านรักษ์บางแก้ว
All rights reserved 2003-2004 © Bangkaew.Community